 |
 |
|
พิธีกรรมในคืนวันนี้
เป็นพิธีตื่นเฝ้าปัสกา เริ่มด้วยวจนพิธีแสงสว่าง
เสกไฟและเทียนปัสกา การเสกไฟ
แสงสว่างใหม่ที่จะใช้จุดเทียนปัสกาชี้แสดงให้เห็นถึงชีวิตใหม่ที่เราได้รับจากพระเยซูเจ้าเราอยู่ในคืนที่ทุกอย่างได้รับการฟื้นฟูขึ้นใหม่ เทียนปัสกาหมายถึง
พระเยซูเจ้าทรงเป็นอัลฟาและโอเมกา
ทรงเป็นจุดเริ่มต้นและเป้าหมายของสรรพสิ่ง
กำยานห้าเม็ดที่ติดบนเทียนเป็นรูปกางเขนหมายถึงบาดแผลทั้ง
5 ของพระองค์ จากนั้นเป็นขบวนแห่นำหน้าโดยเทียนปัสกาให้ความหมายกับเราว่า
พระเยซูเจ้าทรงเป็นแสงสว่างส่องโลก
ใครที่เดินตามพระองค์ จะไม่เดินในความมืดแต่จะมีแสงสว่างส่องทางชีวิต (ยน 8:12)
พระเจ้านำชาวอิสราเอลไปสู่อิสรภาพและชีวิตใหม่ด้วยเสาเพลิงฉันใด
(เทียบ อพย 13:21) คริสตชนผู้ซึ่งเป็นอิสราเอลใหม่ก็ติดตามพระคริสตเจ้าไปสู่ชีวิตใหม่ในลักษณะ
เดียวกัน พระสงฆ์ขับร้องว่า “พระคริสตเจ้าองค์ความสว่างของชาวเรา”
และทุกคนรับว่า “ขอขอบพระคุณพระเป็นเจ้า”
เมื่อขบวนแห่มาถึงประตูวัดนักบุญอักแนส
หลังจากพระสงฆ์ขับร้องว่า “พระคริสตเจ้าองค์ความสว่างของชาวเรา”
เป็นครั้งที่สอง ทุกคนตอบว่า “ขอขอบพระคุณพระเจ้า”
อีกครั้ง แล้วต่างคนต่างจุดเทียนของตนจากเทียนปัสกา
เพื่อแสดงว่าเราทุกคนได้รับความสว่างและชีวิตจากพระเยซูเจ้าผู้ทรงกลับคืน
พระชนมชีพ
เมื่อคุณพ่อเดินมาถึงแท่นบูชามีการขับร้องและตอบรับอีกครั้งหนึ่ง
ต่อจากนั้นจึงเปิดไฟในวัด และคุณพ่อประกาศสมโภชปัสกา (Exultet)
ที่อธิบายความหมายของความสว่าง
ความหมายของการกลับคืนพระชนมชีพของพระเยซูเจ้า
และการกอบกู้มนุษย์ให้พ้นจากบาปและความตาย
การประกาศสมโภชปัสกาจบลงด้วยภาพที่ชัดเจนว่า “พระคริสตเจ้า
ผู้ทรงกลับคืนพระชนมชีพทรงส่องแสงและนำสันติสุขมาให้มนุษยชาติ”
ต่อจากนั้น เป็นวจนพิธีกรรมภายในวัด
เริ่มด้วยการอ่านบทอ่าน 7 บทจากพันธสัญญาเดิม
และสองบทจากพันธสัญญาใหม่ เป็นการที่พระศาสนจักรอธิบายธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูเจ้า
“โดยเริ่มตั้งแต่โมเสสและบรรดาประกาศก”
หลังจากบทอ่านบทสุดท้ายจากพันธสัญญาเดิมและบทภาวนาจบแล้ว
มีการจุดเทียนที่แท่นบูชา คุณพ่อก่อบทพระสิริรุ่งโรจน์
มีการสั่นกระดิ่งและย่ำระฆัง
การเสกน้ำและฉลองศีลล้างบาป
การรื้อฟื้นคำสัญญาแห่งศีลล้างบาปโดยศีลล้างบาปเราได้รับชีวิตใหม่อันเป็นผลมาจากการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนชีพของพระเยซูเจ้า
น้ำเสกเป็นสิ่งคล้ายเป็นเครื่องเตือนใจถึงศีลล้างบาป
ภาคนี้จบด้วย “การรื้อฟื้นคำสัญญาของศีลล้างบาป”
การละทิ้งปีศาจและการประกาศความเชื่อนี้เป็นการกระทำจำเพาะของหมู่คณะทั้งหมด
และเป็นการสรุปทางเดินของการกลับใจที่คริสตชนทำตลอดเทศกาลมหาพรต
ภาคศีลมหาสนิท
คุณพ่อแจกศีลมหาสนิทอันแสดงถึงการเป็นหนึ่งเดียวกับพระเยซูเจ้าผู้กลับคืนพระชนมชีพถือเป็นจุดที่มีความหมายสูงสุดของพิธีกรรมในวันนี้
ก่อนจบมิสซา คุณปราโมทย์ พูลโภคผล ประธานสภาภิบาลวัดนักบุญอักแนส
กล่าวแสดงความขอบคุณพระสมณทูตซัลวาตอเร เปนนักคีโอ
ความว่า “ พวกเรามีบุญมาก ที่วันนี้พระสมณทูตมาร่วมฉลองปัสกากับพวกเรา
ขอบพระคุณพระสมณทูตที่ให้เกียรติมาฉลองปัสกาที่วัดแห่งนี้..สุขสันต์ปัสกา”
ต่อจากนั้น คุณพ่อพรชัย
เสกขนมและอาหารที่สัตบุรุษนำมาร่วมสมโภชปัสกาที่จัดเตรียมไว้บริเวณหน้าถ้ำแม่พระแห่งเมืองลูร์ด
หลังจากพิธีกรรมแล้วเสร็จ
ทุกคนรับประทานอาหารและของว่างร่วมกันอย่างมีความสุข...
“พระเยซูกลับเป็นขึ้นมา อัลเลลูยา” |
ตรีวารปัสกา (วันเสาร์ศักดิ์สิทธิ์)
เมื่อเวลา
20.00 น. ของวันเสาร์ที่ 11 เมษายน 2009 คุณพ่อพรชัย
เตชะพิทักษ์ธรรม เจ้าอาวาสวัดนักบุญอักแนส กระบี่
เป็นประธานในพิธีกรรม โอกาสรำพึงถึงการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเจ้า
ทรงอยู่ในพระคูหา และเสด็จลงไปยังแดนผู้ตาย ร่วมกับพระอัครสังฆราชซัลวาตอเร
เปนนักคีโอ ฯพณฯ เอกอัครสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย พร้อมคณะ
คุณพ่อบัญชา อภิชาติวรกุล ภคินีคณะเซอร์เซนต์ปอล เดอ ชาร์ตร
เด็กและเยาวชนค่ายคำสอนภาคฤดูร้อน
และสัตบุรุษทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก