|
แผนการแห่งความรักของพระเจ้า
พระเจ้าทรงสร้างโลกและมนุษย์
พระองค์ทรงประทานศักดิ์ศรีพิเศษให้มนุษย์มีภาพลักษณ์ของพระองค์
ทรงประทับอยู่ท่ามกลางเราตลอดเวลา
ทรงต้องการให้มนุษย์รักและเอื้ออาทรกัน
แต่มนุษย์ไม่สามารถปฏิบัติตามพระประสงค์
เพราะขาดความเชื่อและความไว้ใจในพระองค์
ความเดือดร้อนจึงเกิดขึ้นทั่วโลก กระนั้นก็ดี
พระบิดาเจ้าทรงพระเมตตา
ไม่ทอดทิ้งมนุษย์ให้อยู่สภาพที่วุ่นวาย
ได้ทรงส่งพระบุตรลงมาส่องสว่างสติปัญญามนุษย์ให้ค้นพบความจริง
อีกทั้งได้ประทานพระจิตมาดลใจให้มนุษย์ได้ฟื้นฟูความเป็นหนึ่ง
เดียวกับพระเจ้าและสรรพสิ่ง
พระเยซูเจ้าทรงสอนความจริงว่า
พระบิดาทรงรักเราอย่างไม่มีเงื่อนไขทรงเชิญชวนมนุษย์ให้คืนดีกับพระบิดา
โดยร่วมมือกับพระองค์สร้างอาณาจักรแห่งความรัก
ความยุติธรรมและความเป็นหนึ่งเดียวกันโดยไม่เลือกชนชั้นวรรณะ
พระองค์ยังได้ทรงสถาปนาพระศาสนจักรโดยทรงรวบรวมบรรดาสานุศิษย์ที่เชื่อและศรัทธาในพระเจ้าให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
พระศาสนจักรจึงได้สานต่อภารกิจของพระเยซูเจ้า
โดยสอนให้มนุษย์รักกัน ยอมรับใช้
และเคารพศักดิ์ศรีซึ่งกันและกัน
พระจิตเจ้าทรงประทับอยู่ในพระศาสนจักร
ประทานพละกำลังในการปฏิบัติภารกิจ
พระองค์ทรงบันดาลให้ประชาชนแต่ละหมู่ เหล่า
ซึ่งมีขนบธรรมเนียมประเพณี
ภูมิปัญญาและความสามรถที่ต่างกัน มีเอกภาพในความหลากหลาย
พระศาสนจักรจึงเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของมนุษยชาติ
โลกยุคโลกาภิวัตน์
ปัจจุบันนี้สังคมโลกเรากลายเป็นสังคมที่ไร้พรมแดน
เป็นสังคมที่มุ่งแสวงหาอำนาจและทรัพย์สินเข้าสู่ตนเองและพวกพ้อง
โดย อาศัยความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีหลายประเภท เช่นการมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจการค้า
การคิดค้นและอิทธิพล ด้านความคิดและการเมือง
ผู้มีอิทธิพลทางด้านการเมือง
ทางเศรษฐกิจและผู้มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า
มักถือโอกาสเข้าแทรกซึมทั้ง ทางด้านความคิด วัฒนธรรม
ความเป็นอยู่ เศรษฐกิจ การเมือง ฯลฯ
และฉกฉวยผลประโยชน์จากกลุ่มชนที่มีความพร้อมน้อยกว่า ทำ
ให้กลุ่มชนเหล่านั้นต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดและความมั่นคงของตัวเอง
สิ่งต่างๆ ที่ได้รับอิทธิพลมานี้ ล้วนเป็นการทำลายคุณค่า
ชีวิต ที่แท้จริงของมนุษย์ การนำค่านิยมต่างๆ
โดยเฉพาะระบบการแข่งขันมาใช้นั้น
ล้วนเป็นการทำลายความมีน้ำใจดี และกลายเป็นการแก่ งแย่งชิงดีกัน
การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน กลายเป็นงานที่ต้องมีค่าตอบแทน
การมีชีวิตที่เรียบง่าย สงบสุข กลายเป็นความล้าสมัย เป้า
หมายเพื่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ที่อยู่บนพื้นฐานแห่งคุณธรรมและ
ศักดิ์ศรี เปลี่ยนแปลงไปสู่วัตถุนิยมและบริโภคนิยม
ศาสนาและ
คุณธรรมที่มุ่งเน้นให้มนุษย์มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
เกื้อกูลกันและให้พอใจในสภาพชีวิตความเป็นอยู่ตามสถานภาพของตนเอง
กลับไม่ ได้รับความสนใจเท่าที่ควร
สังคมไทยในกระแสโลกาภิวัตน์
สังคมไทยเพิ่มมีพื้นฐานและวิวัฒนาการจากความผูกพันใกล้ชิดกับศาสนา
วัฒนธรรม เกษตรกรรมและวิถีทางธรรมชาติ
แต่ปัจจุบันนี้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกที่ยึดเศรษฐกิจเป็นตัวนำได้บั่นทอนคุณภาพชีวิตคนสังคมและสิ่งแวดล้อมไทย
นำไป สู่ภาวะสับสนทุกข์เข็ญและแร้นแค้น
กลายเป็นสังคมของผู้บริโภคนิยมและวัตถุ
นิยม
ศาสนาและวัฒนธรรมอันดีงามไม่อาจต้านทานกระแสเศรษฐกิจได้
ทั้งนี้สืบเนื่องจากแผนพัฒนาสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1-7
ด้วยเหตุนี้
จึงมีการกำหนดแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่
8-9 เพื่อมุ่งให้เกิดความเสมอภาคในทุกด้าน พร้อม
ทั้งเสริมสร้างเศรษฐกิจแบบเกื้อกูลและพอเพียงที่ยั่งยืน
ไม่ก่อให้เกิดการเอาเปรียบกันแก่บุคคลและสังคม
ทุกเชื้อชาติ ทุกเผ่าพันธ์และทุกระดับ
ยอมรับความคิดของประชาชนมากขึ้นทั้งในด้านการเมืองและระบบราชการ
แม้สังคมไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาแนว คิดในทุกๆ ด้าน
ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง ระบบราชการ วัฒนธรรม
และสภาพความเป็นอยู่ เพื่อให้กลับคืนสู่ความเป็น
ไทยแบบเดิม เป็นผู้มีคุณธรรมยึดมั่นในศาสนธรรม
ความกตัญญูกตเวที
ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามของไทยเพียง
ใดก็ตาม แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ว่าจะเกิดผลสำเร็จหรือไม่
เพราะอิทธิพลของกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกนั้นค่อนข้างรุนแรงและท้าทาย
โดยอ้างถึงความเป็นผู้ทันสมัย ความเป็นผู้มีอารยธรรมตามแนวชาติตะวันตกหลงเชื่อและปฏิบัติตามวัฒนธรรมต่างชาติด้วยความรู้เท่า
ไม่ถึงการณ์
และไม่รู้จักนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสังคมของตนเอง
ด้วยเหตุนี้ สังคมเราจึงสับสนวุ่นวายในการวางตน และต่าง
ดิ้นรนหาสิ่งที่ดีกว่า ถูกต้องกว่า
มุ่งหาสิ่งที่เป็นที่พึ่งแท้จริง
ที่จะนำไปพบกับความดีและความสงบสุขอันแท้จริงของชีวิต
พระศาสนจักรในประเทศไทย
พระศาสนจักรเริ่มต้นภารกิจในประเทศไทยด้วยบรรยากาศของการล่าอาณานิคม
จึงทำให้มีการต่อต้าน แต่พระศาสนจักรก็มิ ได้ย่อท้อ
ได้เริ่มงานด้วยการรับใช้คนที่ด้อยโอกาสหรือคนที่สังคมไม่ยอมรับ
การทำงานย่อมมีอุปสรรคแต่ด้วยความเชื่อ การอุทิศตน
และการปฏิบัติพันธกิจที่มีส่วนทำให้สังคมไทยมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
พระศาสนจักรจึงได้รับความเลื่อมใสและความไว้วางใจจาก
รัฐบาล และด้วยหลักธรรมทางศาสนาที่เน้นความรัก
การรับใช้และความสุภาพถ่อมตน พระศาสนจักรจึงได้รับสิทธิและเสรีภาพตาม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ
ขณะที่กระแสโลกาภิวัตน์ทำให้สังคมสับสนวุ่นวาย แวดวงต่างๆ
กำลังจับตามองว่า พระศาสนจักรจะมีบทบาทอย่างไร กำลัง
ปฏิบัติภารกิจเพื่อใคร มีเป้าหมายในทิศทางใด
และมีอะไรเป็นแรงบันดาลใจ
สังคมไทยกำลังให้ความสนใจศึกษา
และเล็งเห็นถึงคุณค่าความสำคัญในหลักธรรมคำสอนของพระศาสนจักร
ด้วยมีความหวัง ว่า
หลักธรรมนั้นจะสามารถยับยั้งวิกฤติของสังคมได้
จึงเป็นภารกิจหนักของพระศาสนจักร
ในการปูพื้นฐานทางสังคมของประเทศ ให้
เจริญไปในทิศทางที่สมบูรณ์และในหนทางที่ถูกต้อง
ด้วยเหตุนี้ พระศาสนจักรจึงต้องยึดจิตตารมณ์ของพระเยซูคริสตเจ้าไม่ไหลไปตามกระแสค่านิยมของยุคโลกาภิวัตน์
ต้องยึด มั่นในพันธสัญญาที่พระคริสตเจ้าประทานให้
พระองค์ทรงเรียกร้องให้กลับใจ
อุทิศตนเพื่อส่วนรวมยึดการดำรงชีวิตตามโครงสร้างของสังคมไทย
ส่งเสริมภูมิปัญญาไทย
ช่วยเหลือผู้ยากไร้และคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันงดงาม
บทบาทและหน้าที่ของพระศาสนจักรคือ
ต้องเป็น
1. เมล็ดพันธุ์ แห่งพระอาณาจักร
เป็นแหล่งภูมิปัญญาและหลักอ้างอิง
2. เครื่องหมาย ของพระศาสนจักร ด้วยการเป็นประจักษ์พยาน
3. เครื่องมือ
ในความพยายามร่วมสร้างพระอาณาจักรในทุกมิติของชีวิตมนุษย์
หลังจากได้ไตร่ตรองความเป็นจริงต่างๆ ข้างต้น พระศาสนจักรในประเทศไทยจึงกำหนดทิศทางงานอภิบาล
เพื่อร่วมกันสาน ต่อแผนการไถ่กู้ของพระเยซูคริสตเจ้าในช่วงทศวรรษต่อไปนี้
โดยมีสาระสำคัญดังนี้
แผนการแห่งความรักของพระเจ้า โลกยุคโลกาภิวัตน์
สังคมไทยในกระแสโลกาภิวัตน์ พระศาสนจักรในประเทศไทย
สาระดีดีจาก http://www.catholic.or.th
|