ติดต่อสอบถาม | สมุดเยี่ยมชม | Links

บริจาค             Donation

 

 

นักบุญอักแนส
พรหมจารี และมรณสักขี ประมาณ ค.ศ. 305 (ศตวรรษที่ 4)
อักแนส ในภาษาลาตินแปลว่า “ลูกแกะ” ภาษากรีกแปลว่า "บริสุทธิ์" เธอได้ยินถึงเรื่องของพระเจ้า ภายหลังได้สมัครรับศีล ล้างบาปเป็นคริสตังและถวายตัวเองตลอดชีวิตเมื่ออักแนสอายุได้ 12 ปี เธอได้ปฏิเสธไม่ยอมแต่งงานกับคนต่างศาสนา จึงถูกฟ้องต่อข้าหลวงในฐานะเป็นคนคริสตัง เธอถูกนำไปยืนอยู่ต่อหน้ารูปปั้นพระ “มีเน” ในกรุงโรม เพื่อถวาย. >> Read Moree

 

 

 
คุณพ่อนิรันดร์ ศิลามงคล
เจ้าอาวาสวัดนักบุญอักแนสคนปัจจุบัน

จังหวัดกระบี่
ป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยงามมากจังหวัดหนึ่งในฝั่งทะเลอันดามัน วัดนักบุญอักเนส กระบี่ อยู่ห่างจากหาดนพรัตน์ธารา ตำบลอ่าวนาง ประมาณ 600 เมตร ปัจจุบันมีคริสตชนไทยอยู่ประมาณ 70 คน และชาวต่างชาติประมาณ 20 กว่าคน เมื่อปี ค.ศ. 2000 พระสังฆราชไมเกิ้ล ประพนธ์ ชัยเจริญ ผู้ล่วงลับ อดีตประมุขสังฆมณฑลสุราษฏร์ธานี ได้เห็นสมควรว่าจังหวัดกระบี่ควรมีวัดเป็นของตัวเองสำหรับคริสตชนชาวไทยและชาวต่างชาติ พระคุณเจ้าประพนธ์ ได้ประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางอภิบาลในช่วง ค.ศ.2000-2005 สำหรับสังฆ-มณฑลสุราษฏร์ธานีว่า “ประชากรของพระเจ้า ดำรงชีวิตในความเชื่อ เป็นหนึ่งเดียวในความรัก ประกาศพระเยซูคริสตเจ้า ในวัฒนธรรมและสภาพแวดล้อมของสังคมท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และทิศทางอภิบาลของสังฆมณฑลฯ พระคุณเจ้ามณฑลจึงได้ออกแบบวัดนักบุญอักเนส การตกแต่งภาพนอกและภายในวัด ได้เลือกรูปแบบต่างๆ ภายในวัดด้วยตัวของท่านเอง เป็นเหมือนศิลาจารึกที่บันทึกการสั่งสอนของท่านในการดำเนิน ชีวิตคริสตชนที่สมบูรณ์แบบ
                       เมื่อวัดนักบุญอักเนสเสร็จ พระคุณเจ้าประพันธ์ได้เป็นประธานเสกวัดนักบุญอักเนส ในวันที่ 30 มิถุนายน 2002 ในวันเสกวัดใหม่นี้ พระคุณเจ้าได้ประกาศอย่างภาคภูมิใจว่าวัดนักบุญ-อักเนสเป็นวัดที่สวยที่สุดในประเทศไทย คำว่า“สวยที่สุด” พระคุณเจ้าคงหมายความว่า วัดนักบุญ-อักเนสได้แสดงและสื่อถึงแก่นคำสั่งสอนของพระศาสนจักรในการดำเนินชีวิตคริสตชนอย่างที่พระคุณเจ้าได้ตั้งใจไว้ พระคุณเจ้าได้ปรารภกับ คุณพ่อพิพัฒน์ รุ่งเรืองกนกกุล อธิการเจ้าคณะแขวงคณะรอยแผลศักด์สิทธ์ ในประเทศไทย หลายต่อหลายครั้งว่า "พ่อปรารถนาที่จะเห็นพระวิหารของพระเจ้าถูกสร้างขึ้นในทุกจังหวัดทั่วภาคใต้นี้ นั้นคือภาพปรากฏของการประทับอยู่ของพระเจ้าท่ามกลางประชากรของพระองค์"


ถ้าเรามองดูตัวโบสถ์จากภายนอก
จะเห็นตัวอาคารที่โดดเด่นสอดคล้องทางด้านสถาปัตยกรรมภาคใต้ อาคารโบสถ์นี้พระคุณเจ้าได้ให้แนวคิดจาก อาจารย์กิตติพงษ์ เทพจิตรา จากวิทยาลัยเทคนิคกระบี่ ให้ออกแบบอาคารมีลักษณะเป็นหลังคาจั่ว 4 ชั้นซ้อน ด้าน   หน้ามีลายฉลุตามลักษณะของสถาปัตยกรรมพื้นบ้านภาคใต้ แบบเรือนไทยพื้นบ้านมุสลิม หน้าจั่วตรงตกแต่งด้านหน้าและช่องลม มีเชิงชายเป็นไม้ฉลุงดงาม ยอมจั่วทุกยอดมีเต้ารุมเป็นจุดเด่น นอกชานลดหลั่นตามลำดับ โดยเน้นประโยชน์ใช้สอยจากอาคารทุกส่วนของพื้นที่ ให้ระบายอากาศโดยวิธีธรรมชาติ และเป็นสถาปัตยกรรม ที่สอดคล้องกับศาสนสถานและสถาปัตยกรรมพื้นบ้านภาคใต้สถาปัตยกรรม ลักษณะนี้มีอยู่ทั่วไปในท้องถิ่นภาคใต้ตอนล่าง เรียกว่า บ้านเรือนไทยมุสลิม ซึ่งได้รับอารยธรรมจากตะวันออกกลาง ตั้งแต่ศวรรษที่ 17-18 และนิยมเรื่องมาจนถึงปัจจุบัน

           
เมื่อเดินมาถึงประตูวัด จะมองเห็นลูกแกะอ้วนพีอยู่บนหัวเสา พระคุณเจ้าคงต้องการบอกคริสตชน ซึ่งเป็นลูกแกะของท่านว่า “เชิญเข้ามาดื่มกิน น้ำทรงชีวิต ให้หายเหนื่อย เป็นอาหารที่ชุมพาบาลจัดหาไว้” พอเดินผ่านประตู จะเห็นรูนายชุมพาบาลแบกลูกแกะไว้บนบ่า ที่กำแพงด้านในมีสัญลักษณ์ของทิศทางงานอภิบาลคริสตศักราช 2000 เป็นรูปกางเขนที่มีหมู่คนกางเขนมากมาย ตรงกลางของกางเขน เป็นตราพระสังฆราชสังฆมณฑลสุราษฏร์ธานี คนที่อยู่ใกล้เปรียบเสมือนผู้ที่ฟังวาจาของพระเจ้า จะเป็นสีทองและสีแดง ยิ่งอยู่ห่างจากวัดออกไปก็จะเป็นสีเทา ผู้ที่รับฟังพระวาจาและปฏิบัติตามบ้างไม่ปฏิบัติตามบ้าง ยิ่งไกลออกไปเป็นคนที่มีสีดำเป็นคนที่ทิ้งวัด เปรียบเสมือนผู้ที่ยังไม่ได้รับข่าวดีหรือผู้ที่รับแล้วแต่ปฏิเสธ ภายใต้กางเขนเป็นคำประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางการอภิบาลของสังฆมณฑลสุราษฏร์ธานี พระคุณเจ้าคงต้องการบอกกับพระสงฆ์ นักบวช และคริสตชนทุกคนว่า มีหน้าที่ประกาศพระเยซู นำข่าวดีไปบอกกับมนุษย์ทุกคน เพื่อทุกคนจะได้เปลี่ยนจาสีดำ สีเทา เป็นสีแดงและสีทอง

          พอเดินมาถึงหน้าวัด มองไปที่ตัวอาคารจะเห็นคำว่า "Gloria In Exceisis" พระสิริมงคล จะมีแต่พระเจ้าขั้นสูงสุดอยู่เหนือประตู ทางเข้าวัด พระคุณเจ้าคงต้องการบอกกับทุกคนที่เข้ามาวัดนี้ว่า สถานที่นี้เป็นพระวิหารของพระ เป็นสถานที่ที่เรามาสรรเสริญพระ เหนือประตูเข้าวัดจะเห็นพระตรีเอกานุภาพ พระบิดา พระบุตร และพระจิตร เพื่อตอกย้ำอีกครั้งว่า นี่เป็นพระวิหารของพระที่เรามาโมทนาคุณ ขอบคุณ และสรรเสริญผู้เป็นเจ้า มองจากประตูไปจนถึงบริเวณพระแท่น จะเห็นรูปกางเขนใหญ่ติดบนฝาผนัง เหนือไม้กางเขนมีฉลุลายไทย เป็นกรอบล้อมอยู่ด้านบนของกางเขน ลายฉลุนั้นเป็นลายของมงกุฏหนามที่เลียนแบบมาจากมงกุฎหนามที่พระเศียรของพระเยซูเจ้าใต้รูปกางแขนที่ผนังจะมีลักษณะเป็นหลังคาบ้านทรงไทยพื้นบ้านของภาคใต้ใช้ไม้มุงหลังค
แทนกระเบื้อง ตรงกลางเป็นบ้านทรงไทยเล็กๆ ใช้เป็นตู้ศีลมหาสนิท เหนือตู้มี Chandelier เป็นแสงสว่างลงมาเพื่อแสดงว่า พระอยู่กับเรา ณ ที่นี้ ด้านข้างของตู้ศีล เป็นศาลาทรงไทย สำหรับรูปพระหฤทัยและรูปนักบุญอักเนส  การประดับเชิงชายและฐานของอาคาร เป็นลายสลัดเถาองุ่นและผลองุ่น ที่โยงกันต่อเนื่อง บ่งบอกถึงความสำคัญให้คริสตชนทราบว่า เราไม่สามารถมีชีวิตฝ่ายวิญญาณได้หากเราไม่ติดอยู่กับลำต้น พระคุณเจ้าคงต้องการสื่อถึงลูกแกะ ของท่านว่าชีวิตของคริสตชนต้องใกล้ชิดกับศีลมหาสนิท เพื่อชีวิตฝ่ายวิญญาณจะได้เจริญงอกงามและเกิดดอกออกผล แหงนมองขึ้นไปบนเพดานเหนือพระแท่น จะเห็นรูปนกพิราบอยู่บนเมฆ ล้อมรอบด้วยเทวดา ส่องแสงลงมาบนพระแท่น พระคุณเจ้าให้ความสำคัญของพระจิตเจ้าในการดำเนินชีวิตของคริสตชน อย่างยิ่ง พระคุณเจ้าต้องการให้พระจิต สถิตในใจของเราเพื่อให้แสงสว่าง พละกำลัง ปรีชาญาณ ความคิดอ่านว่าอะไรดี อะไรไม่ดี อะไรควร อะไรไม่ควร อะไรของแท้ อะไรของเทียม ในการดำเนินชีวิตของคริสตชน

       พระแท่นประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ ตั้งอยู่สง่าโดยรอบพระแท่นแกะสลักรูปเถาและต้นองุ่น ด้านหน้าของพระแท่นเป็นรูปแกะสลักของพระเยซูเจ้าทรงเลี้ยงอาหารมื้อสุดท้ายแก่สานุศิษย์ พระคุณเจ้าต้องให้พระแท่นเป็นจุดเด่นที่สุดในพระวิหารของพระ เพื่อบอกกับคริสตชนว่า “พิธีบูชาขอบพระคุณ จะต้องเป็นศูนย์กลางของชีวิตของศริสตชนทุกคน”

       ด้านหลังพระแท่นมีที่อ่านวาจาพระเจ้า(Ambo) ตั้งอยู่อย่างสง่างาม เป็นที่นั่งของพระสงฆ์ผู้เป็นประธานในพิธีบุชาขอบพระคุณ พระคุณเจ้าได้ออกแบบเก้าอี้นี้ให้สง่างามเป็นพิเศษให้เหมาะสมที่จะเป็นบัลลังก์นั่งในการประกอบพิธีบูชาขอบพระคุณ

       จากพระแท่นมองไปข้างหน้าที่ชั้นลอยสำหรับนักร้อง มีภาพของผู้ประพันธ์พระวรสารทั้ง 4 ( นักบุญมัทธิว นักบุญมาโกว์ นักบุญลูกา นักบุญยอห์น) ตรงกลางมีรูปพระเยซูถือหนังสือพระวรสารเปิดอยู่ มีคำเขียนว่า “เราเป็นหนทาง ความจริง และชีวิต”
ด้านซ้ายและด้านขวาของระเบียงภายในของวัดจะเห็นเทวดาแจ้งข่าวสารของแม่พระเสด็จไปเยี่ยมนักบุญเอลีซาแบ็ธ พระคุณเจ้าได้ทำภาพนี้เป็นดูราแทน ภาพโปร่งใส ให้ดูเด่นชัดสวยงาม เพื่อบ่งบอกถึงความสำคัญของแม่พระกับชีวิตคริสตชน 3 ภาพนี้แสดงถึง 2 เหตุการณ์สำคัญยิ่งในชีวิตของแม่พระที่จะบอกกับคริสตชนว่า

1. การยอมรับในน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า การยอมรับกระแสเรียกที่พระประทานให้ละคน แม่พระเป็นตัวอย่างในการน้อมรับกระแสเรียกด้วยความเชื่อมั่น และศรัทธา เทวดา คาเบรียล ได้บอกกับแม่พระว่า “อย่ากลัวเลย” และแม่พระก็ยอมรับกระแสเรียกที่พระเจ้าประทานด้วยความเต็มใจ

2. แม่พระเป็นตัวอย่างของมหาบัญญัติ ที่สำคัญที่สุดของพระคือ “การรักผู้อื่นเหมือนรักตัวเราเอง”
ภาพอื่นๆ ด้านบนผนังวัดภายในจะเห็นรูปแม่พระในความหมายต่างๆ มีรูปเทวดาคาแอลเหยียบหัวผีปีศาจ มีรูเทวดารักษาตัวนำทางและปกป้องเด็ก 2 คน เดินข้ามสะพาน ฯลฯ พระคุณเจ้าคงต้องการบอกกับคริสตชนว่า ในการดำเนินชีวิตสู่สวรรค์ เราต้องอาศัยแม่พระ เราต้องเอาชนะสิ่งล่อลวง เราต้องระลึกถึงเทวดารักษาตัวที่จะคุ้มครองเราให้เดินทางไปสู่สวรรค์อย่างปลอดภัย

ข้างประตูทางเข้าด้านหน้าวัด เป็นที่รับศีลอภัยบาป พระคุณเจ้าได้ให้ความสำคัญกับความหมายของศีลอภัยบาปอย่างมาก พระคุณเจ้าได้ทำกระจกรูป “ลูกล้างผลาญกลับมาสู่อ้อมกอดของพ่อ” มาติดด้านหน้า รูปนี้เป็นรูปหน้าปกของหนังสือ “The Return of the Prodical Son” โดย Henri J.M.Nouwen ซึ่งเป็นหนังสือที่พระคุณเจ้าได้อ่านและได้ขีดเส้นใต้ข้อความ ท่านได้เขียนโน้ตย่อไว้ข้างข้อความ อาทิเช่น เหมาะสำหรับการเทศน์ให้พระสงฆ์และคริสตชนถึงความสำคัญ และจิตตารมณ์ของลูกและพ่อที่ดี เราเป็นมนุษย์จะทำผิดร้ายแรงอย่างไร หากเราสำนึกผิดและกลับใจ พระให้อภัยเสมอ พระรักเรารอวันที่จะกลับไปหาพ่อ สำนึกผิด พ่อยินดีให้อภัยเสมอ

รอบวัดด้านนอก จะมีรูป 14 ภาค พระคุณเจ้าได้ออกแบบรูป 14 ภาค เป็นภาพแกะสลักบนหนังวัวตามศิลปะของภาคใต้ในการทำหนังตะลง ติดภายในกล่องที่ฝาผนัง มีไฟส่องข้างในให้เห็นภาพชัดเจน เหมือนกับภาพหนังตะลุงบนจอ ทำให้องค์รวมของการตกแต่งกลมกลืนกับศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านภาคใต้
บริเวณรอบวัดมีถนนคอนครีตล้อมรอบ เพื่อใช้ในการประกอบพิธีต่างๆ เช่น การแห่ศีล การแห่แม่พระและอื่น ๆ มีศาลาไที่พักทรงไทยชนบทพื้นบ้าน
พระคุณเจ้าตั้งใจที่จะสร้างถ้ำแม่พระเมื่อสร้างวัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่พระได้เรียกจากเราไปก่อน พระคุณเจ้ารักพระแม่มาก มีความเชื่อให้เรื่องของคำภาวนา ได้เห็นหลายครั้งว่าเมื่อพระคุณเจ้าต้องการอะไร หนักใจเรื่องใด พระคุณเจ้าจะสวดภาวนาขอและได้ไปเยี่ยม “ชีลับกาปูชิน” ที่อำเภอพนม ให้สวดภาวนาให้พระคุณเจ้าก็ได้รับตามคำขอเสมอ

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โอกาสฉลองวัดปีนี้ สัตบุรุษวัดนักบุญอักแนสร่วมกับพระสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย (Archbishop Salvatore Pennacchio) ได้สร้างถ้ำแม่พระเองลูดร์ ตามเจตนารมณ์ของพระคุณเจ้าไว้อย่างสวยงาม โดยถ้ำนี้ได้เลียนแบบภูเขาและลายหินของภูเขาที่เป็นฉากอยู่หลังวัดนี้เป็นแบบ เมื่อพระคุณได้จากไป สัตบุรุษได้สร้างอนุสาวรีย์พระคุณเจ้าได้หน้าวัด หันหน้าสู่ประตูวัดเสมือนหนึ่งเชิญชวนให้คริสตชนทุกคนเข้ามาสรรเสริญพระในพระวิหารของพระองค์ ฐานของอนุสาวรีย์น้ำพุไหลลงมาเปรียบดังพระหรรษทานที่พระประทานให้กับคริสตชนมาดื่มมากิน ในการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณ รอบอนุสาวรีย์มีต้นไม้ใหญ่อยู่สองต้นอยู่ด้านซ้ายและด้านขวาของรูปพระคุณเจ้า ต้นไม้ด้านซ้ายปลูกโดยพระสังฆราชเทียนชัย สมานจิต ซึ่งเป็นผู้ประกอบพิธีการเปิดอนุสาวรีย์พระคุณเจ้า ต้นไม้ด้านขวาปลูกโดยคุณพ่อพรชัย เตชะพิทักษ์ธรรม คุณพ่อเจ้าวัดต้นไม้ด้านหลังปลูกโดยพระสมณทูตวาติกันประจำประเทศไทย เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นหนึ่งเดียวของศาสนจักรสากล
พระคุณเจ้าภูมิใจในผลงาน และสัตบุรุษของท่านอย่างมา พระคุณเจ้าได้เขียนในหนังสือที่ระลึกในโอกาสเสกและเปิดวัดนักบุญอักแนสกระบี่ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2545 ตอนหนึ่งว่า “ในที่สุดความใฝ่ฝันของเราได้กลับเป็นความจริง ตัวอาคารโบสถ์ที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมภาคใต้ พร้อมด้วยการตกแต่งที่ประณีต และบริเวณที่สวยงามเป็นระเบียบเรียบร้อย ก็ได้ปรากฏต่อสายตาของพี่น้อง ด้วยความภาคภูมิใจของทุกคน พวกเราแต่ละคนคงอยากจะร้องขอโมทนาคุณพระเป็นเจ้า ผู้พระทัยดี ที่ประทานพระคุณนี้แก่กลุ่มคริสตชนของเรา”

สำหรับสัตบุรุษวัดนักบุญอักแนสกระบี่ พระคุณเจ้ามิได้ประทานให้วัดกับพวกเราเท่านั้น นักบุญอักแนสนี้ยังเปรียบเสมือนศิลาจารึกบันทึกคำสั่งสอนและหลักธรรมของชีวิตคริสตชน ที่พระคุณเจ้าซึ่งเป็นนายชุมพบาลต้องการบอกและสั่งสอนลูกแกะของท่าน ศิลาจารึกนี้พระคุณเจ้าไม่ได้เขียนเสร็จภายในวันเดียว แต่ได้ใช้เวลาอันยาวนานของท่านในชีวิตนักบวช ชีวิตสงฆ์ และชีวิตพระสังฆราชในฐานะนายชุมพบาลสังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี ได้รำถึง ภาวนา กลั่นกรองมาเป็นคำสั่งเสียต่อลูกแกะของท่าน ในวาระสุดท้ายก่อนที่ท่านจะจากไป..

  ความเป็นมา วัดนักบุญอักแนส  

 

83 Moo 4 Aonang Muang, Krabi 81000 Thailand    Phone: 075-661201-2   Fax: 075-661200  E-mail:   joecss49@hotmail.com